รับมืออย่างไรเมื่อโดนไล่ออก

สำหรับมนุษย์เงินเดือนทุกคน การโดนไล่ออกหรือถูกให้ออก เป็นสถานการณ์สุ่มเสี่ยงที่ใครๆก็ไม่อยากเจอ แต่ถึงจะไม่อยากเจออย่างไร เราก็ควรต้องเตรียมตัว เตรียมใจ เตรียมพร้อมสำหรับรับมือกับสถานการณ์ที่ไม่คาดคิดนี้ไว้บ้าง  วันนี้ เรามาดูเทคนิคดีดีที่มนุษย์เงินเดือนควรเตรียมพร้อมรับมือ หากโดนไล่ออกหรือถูกเลิกจ้างกัน

ตั้งสติและควบคุมอารมณ์ของตนเองให้ดี  แน่นอนว่าการโดนไล่ออกคือสถานการณ์ที่ยากจะรับมือ คุณต้องพบกับความผิดหวัง ความเสียใจ มีปัญหาและเรื่องราวต่างๆ อีกมากมายที่ต้องจัดการและชวนให้เกิดความท้อแท้ คงไม่ผิดอะไรที่คุณจะแสดงความรู้สึกเสียใจหรือผิดหวังออกมาบ้าง แต่อย่าปล่อยเวลาไปกับการฟูมฟายมากนัก เพราะเหตุการณ์ต่างๆ จะดีกว่าที่เป็นอยู่มากหากคุณสามารถตั้งสติได้อย่างรวดเร็ว  พึงระลึกไว้ว่า งานคือส่วนหนึ่งของชีวิตแต่ไม่ใช่ทั้งหมดของชีวิต ดังนั้น คุณยังมีโอกาสอีกมากมายที่จะเริ่มต้นใหม่ การตั้งสติ ควบคุมอารมณ์จะทำให้คุณจัดการสิ่งต่างๆ หางานใหม่ได้ดียิ่งขึ้น

ตรวจสอบเอกสารสัญญาจ้างเพื่อรักษาสิทธิของตัวเอง  พนักงานโดยส่วนใหญ่มักไม่ค่อยสนใจสิทธิของตนเอง อย่าลืมว่าเราทุกคนได้รับการคุ้มครองจากกระทรวงแรงงาน ดังนั้น ถึงแม้คุณจะถูกเลิกจ้างก็ไม่ได้หมายความว่าบริษัทหรือหน่วยงานจะไม่ต้องรับผิดชอบต่อการเลิกจ้างคุณ เพื่อความถูกต้องและเป็นธรรม คุณควรสอบถามกับฝ่ายบุคคลถึงสิทธิที่คุณพึงจะได้รับจากการถูกเลิกจ้าง โดยตรวจสอบเอกสารสัญญาที่เซ็นต์กันไว้กับบริษัทหรือหน่วยงาน ยื่นเรื่องขอใบรับรองการผ่านงาน ตรวจสอบสิทธิจากกองทุนสำรองฯ ประกันสุขภาพ เงินสะสมหรือเงินชดเชยต่างๆ เรื่องเหล่านี้ คุณควรถามให้ละเอียด เพราะนี่คือการรักษาสิทธิ์ของคุณก่อนที่จะออกไปหางานใหม่

ตรวจสอบสิทธิประกันสังคม มนุษย์เงินเดือนโดยส่วนใหญ่จะต้องส่งเบี้ยประกันสังคม ยิ่งคนที่ทำงานมาเป็นเวลานานยิ่งส่งเบี้ยประกันสังคมไปจำนวนมาก  หลายคนสงสัยว่าเบี้ยที่ส่งไปจะได้รับผลตอบแทนบ้างหรือเปล่า และนี่แหละคือเวลาที่คุณจะได้รับสิทธิประโยชน์จากการเป็นสมาชิกประกันสังคม (แม้จะไม่อยากใช้ในกรณีนี้ก็ตาม)  ทั้งนี้ประกันสังคมมีข้อกำหนดว่าสมาชิกที่ส่งเบี้ยสมทบติดต่อกัน  6 เดือน ภายในระยะเวลา 15 เดือนก่อนว่างงานจะสามารถขึ้นทะเบียนคนว่างงานได้ และรับเงินชดเชยตามกรณี  ในกรณีถูกเลิกจ้างจะได้รับเงินชดเชยในจำนวน 50% ของรายได้ เป็นระยะเวลา 6 เดือน ส่วนในกรณีลาออกก็จะได้รับชดเชย 30% เป็นเวลา 3 เดือน ซึ่งการจะรับสิทธิ์นี้ต้องไปขึ้นทะเบียนคนว่างงานภายในระยะเวลา 30 วันนับตั้งแต่ออกจากงาน  ทั้งนี้สามารถไปยื่นเรื่องที่สำนักงานจัดหางานของรัฐได้ทุกแห่ง หรือติดต่อสอบถามถึงข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานประกันสังคม  จะเห็นได้ว่าหากเราติดต่อขอรับสิทธิ์ เราก็สามารถมีรายได้เพียงพอต่อการดำรงชีวิตในระยะหนึ่งก่อนจะหางานใหม่ ได้

จงใช้เวลาในการทบทวนตนเองอย่าปล่อยให้เหตุการณ์ครั้งนี้ผ่านไปโดยเปล่าประโยชน์ ลองวางใจให้เป็นกลางและพิจารณาทบทวนตัวเองดูเสียว่าที่ผ่านมาเรามีส่วนบกพร่องตรงไหนอย่างไร จึงทำให้เกิดเหตุการณ์ถูกเลิกจ้างนี้ขึ้น การทบทวนตนเองจะทำให้เราค้นพบข้อบกพร่องและไม่ผิดพลาดในเรื่องเดิมๆ ซ้ำอีก การเรียนรู้ที่จะพัฒนาตนเองได้จากทุกสถานการณ์ของชีวิตคือการเพิ่มโอกาสในการพัฒนาศักยภาพของตนเอง  อย่ามัวแต่ตำหนิคนอื่นๆ แม้ว่าจะเขาจะดีหรือร้าย แต่จงหันมาทบทวนตนเองเพื่อพัฒนาตนเองจะดีกว่า

จากกันด้วยดี ดีต่อทุกฝ่ายแม้ว่าคุณจะถูกเลิกจ้าง แต่คุณสามารถที่จะสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับที่ทำงานเก่าของคุณได้ แม้เป็นเรื่องยากที่จะต้องทำใจ แต่พึงตระหนักไว้ว่าการก้าวผ่านสถานการณ์แย่ๆ ได้อย่างเข้มแข็งนั้น คือการแสดงถึงวุฒิภาวะของคุณ หากคุณทบทวนถึงช่วงเวลาต่างๆ ในการทำงานได้ดีแล้ว ลองเขียนขอโทษในสิ่งที่คุณได้ค้นพบว่าทำผิดพลาดไป และเขียนขอบคุณสำหรับหัวหน้างาน เพื่อนร่วมงานที่เคยให้โอกาสคุณ แล้วส่งอีเมล์ถึงพวกเขา การสร้างความประทับใจต่อกันย่อมส่งผลดีกว่าการจากกันด้วยความรู้สึกแย่ๆ ใครจะไปรู้ว่าบางครั้งในอนาคตข้างหน้าคุณอาจจะได้ร่วมงานกับทีมงานเดิมอีก หรือเขาเองอาจจะเป็นช่องทางในการหางานใหม่ของคุณก็ได้

สร้างวินัยทางการเงิน อันที่จริงแล้ววินัยทางการเงินจำเป็นสำหรับทุกคนไม่เฉพาะแต่กับคนที่ถูกเลิกจ้าง แต่ในกรณีที่เราถูกเลิกจ้าง วินัยทางการเงินจะจำเป็นมากยิ่งขึ้น เพราะในขณะที่เรามีรายได้ที่แน่นอนเราจะจับจ่ายใช้สอยอะไรก็ได้ สมเหตุสมผลบ้าง ฟุ่มเฟือยบ้างก็คงไม่เป็นไร แต่ในสถานการณ์ที่รายรับของเราไม่แน่นอน เราจำเป็นต้องสร้างวินัยทางการเงิน ระมัดระวังในการใช้จ่าย ลองตรวจดูเงินเก็บ ทรัพย์สมบัติที่เรามี ว่าสามารถจะใช้ทรัพย์สินเหล่านี้ในการยังชีพได้นานเท่าไหร่ และวางแผนการใช้เงินอย่างรัดกุม การวางแผนการใช้จ่ายจะช่วยให้คุณสบายใจในการใช้จ่ายและเป็นแรงกระตุ้นให้คุณหางานใหม่เพื่อสร้างรายได้อีกด้วย

มองหาโอกาสใหม่ๆ ในการทำงาน อย่าจำกัดตัวเองอยู่กับงานในแบบเดิมเท่านั้น เพราะไม่แน่นอนเสมอไปว่าการหางานใหม่จะต้องเป็นไปในแนวเดิม ลองใช้เวลาในการค้นหาความสามารถที่หลากหลายในตัวเรา ค้นหาโอกาสหรือเส้นทางใหม่ๆในการประกอบอาชีพ ปรัปปรุงเรซูเม่ หรือประวัติการทำงานให้น่าสนใจและบ่งบอกถึงศักยภาพและประสบการณ์ของตัวคุณ ฝากประวัติที่คุณคัดสรรแล้วฝากไว้กับเว็บไซต์รับสมัครงานต่างๆ   อย่าอายที่จะโฆษณาตัวเองให้คนแวดล้อมได้รู้ว่าคุณมีความสามารถ ถนัด หรือเชี่ยวชาญด้านใด

ขึ้นทะเบียนกับกรมจัดหางาน  การขึ้นทะเบียนคนว่างงานกับกรมการจัดหางาน เป็นช่องทางหนึ่งในการหางานใหม่ที่ไม่ยุ่งยาก เพราะกรมการจัดหางานคือหน่วยงานที่เป็นตัวช่วยในการหางานใหม่ และยังมีการฝึกอบรมที่สามารถนำไปสร้างเป็นอาชีพได้อีกด้วย

แม้ว่าการโดนเลิกจ้างจะเป็นเรื่องที่ไม่มีใครอยากพบเจอ แต่มันก็ไม่ได้เลวร้ายถึงขนาดที่เราจะต้องถอดใจ ถ้าเพียงแต่เรามีสติ มีกำลังใจที่ดี เรียนรู้ที่จะพัฒนาตนเองและแสวงหาโอกาสใหม่ๆ เชื่อว่าไม่นานนักก็ต้องมีงานดีดีที่เหมาะสมกับเรารออยู่อย่างแน่นอน