กองทุนรวม สิ่งที่มนุษย์เงินเดือนไม่ควรมองข้าม

กองทุนรวม สิ่งที่มนุษย์เงินเดือนไม่ควรมองข้าม

การมีเงินเก็บ หรือมีสินทรัพย์เป็นสิ่งที่มนุษย์เงินเดือนทุกคนคาดหวัง เพราะแน่นอนว่าสภาวะที่มนุษย์เงินเดือนมักพบเจอคือการใช้จ่ายเงินรายเดือนหมดไปแบบไม่รู้ตัว ดังนั้นหากมนุษย์เงินเดือนอย่างเราๆท่านๆ เช่น งานธนาคารจบใหม่ พนักงานออฟฟิต อื่นๆ ทั้งหลาย อยากมีเงินเก็บ มีสินทรัพย์ที่เกิดจากการลงทุนสะสมไว้บ้าง “กองทุนรวม” ก็เป็นแนวทางหนึ่งในการออมเงินแบบการลงทุนที่น่าสนใจและตอบโจทย์สำหรับมนุษย์เงินเดือนหรือพนักงานประจำ เพราะกองทุนรวมจะช่วยออมเงินและนำไปสู่ความมั่นคงทางการเงินของมนุษย์เงินเดือนได้เป็นอย่างดี  วันนี้เรามาทำความรู้จักกับ “กองทุนรวม” ทางเลือกในการออมเงินที่มนุษย์เงินเดือนไม่ควรมองข้าม

การมีเงินเก็บ หรือมีสินทรัพย์เป็นสิ่งที่มนุษย์เงินเดือนทุกคนคาดหวัง เพราะแน่นอนว่าสภาวะที่มนุษย์เงินเดือนมักพบเจอคือการใช้จ่ายเงินรายเดือนหมดไปแบบไม่รู้ตัว ดังนั้นหากมนุษย์เงินเดือนอย่างเราๆท่านๆ ทั้งหลาย อยากมีเงินเก็บ มีสินทรัพย์ที่เกิดจากการลงทุนสะสมไว้บ้าง “กองทุนรวม” ก็เป็นแนวทางหนึ่งในการออมเงินแบบการลงทุนที่น่าสนใจและตอบโจทย์สำหรับมนุษย์เงินเดือนหรือพนักงานประจำ เพราะกองทุนรวมจะช่วยออมเงินและนำไปสู่ความมั่นคงทางการเงินของมนุษย์เงินเดือนได้เป็นอย่างดี  วันนี้เรามาทำความรู้จักกับ “กองทุนรวม” ทางเลือกในการออมเงินที่มนุษย์เงินเดือนไม่ควรมองข้าม

กองทุนรวมคืออะไร

กองทุนรวม ก็เปรียบเสมือนบริษัทหรือกิจการอย่างหนึ่งที่รวบรวมเงินจากลูกค้ารายย่อย(ในที่นี้ก็คือมนุษย์เงินเดือนอย่างเรา)  และนำเงินลงทุนนั้นไปให้บริษัทที่มีความชำนาญการในการลงทุนที่เรียกว่า “บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.)” คอยบริหารจัดการเงินลงทุนแทน ทั้งนี้ บลจ. จะนำเงินของกองทุนรวมที่เราร่วมลงทุน ไปลงทุนต่อตามนโยบายของกองทุนในทรัพย์สินประเภทต่างๆ  เช่น นำเงินทุนไปลงทุนในหุ้น หุ้นทองคํา อสังหาริมทรัพย์ ตราสารหนี้ พันธบัตร หุ้นต่างประเทศ หรือการลงทุนอื่นๆ  เมื่อมีผลกำไรก็จะนำมาเฉลี่ยคืนให้กับผู้ลงทุนแต่ละคนตามสัดส่วนที่ลงทุนไป สำหรับมนุษย์เงินเดือนหรือพนักงานประจำ กองทุนรวมเป็นช่องทางการออมเงินที่น่าสนใจเพราะว่า มีความเสี่ยงน้อยกว่าการลงทุนในหุ้นด้วยตนเอง เนื่องจากกองทุนรวมมีการกระจายความเสี่ยงด้วยการลงทุนไปยังสินทรัพย์ประเภทต่างๆ และมีเจ้าหน้าที่ที่ชำนาญการคอยดูแลความเสี่ยงของแต่ละกองทุนจึงเหมาะสำหรับผู้ที่ไม่มีความรู้หรือไม่มีเวลาติดตามการเล่นหุ้นมากนัก

ฝากเงินต่างกับลงทุนในกองทุนรวมอย่างไร

สำหรับพนักงานที่มีเงินเดือนประจำ และไม่คุ้นเคยกับการลงทุน มักจะมีคำถามว่าการจะลงทุนในกองทุนรวมนั้นแตกต่างไปจาก “เงินฝาก” อย่างไร ฝากเงินไว้กับธนาคารจะดีกว่าไหม ไม่มีความเสี่ยงเลย อธิบายโดยง่ายก็ต้องบอกว่าแตกต่างกันในส่วนของผลตอบแทนนั่นเอง เงินฝากนั้นคุณจะได้ผลตอบแทนจากธนาคารคือ ดอกเบี้ย ซึ่งจากสถิติผลตอบแทนระยะยาวของประเทศไทยที่ผ่านมา การออมเงินในทรัพย์สินไม่ว่าจะหุ้น กองทุนรวมหรืออสังหาริมทรัพย์จะได้รับผลตอบแทนสูงกว่าการฝากเงินอย่างมีนัยสำคัญ เพราะอัตราดอกเบี้ยเงินฝากนั้นโตไม่ทันเงินเฟ้อ ทำให้ผู้มีเงินฝากเริ่มอึดอัดกับอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำและมองหาการออมเงินในรูปแบบการลงทุนซึ่งได้ผลตอบแทนที่สูงกว่า ทั้งนี้ ผลตอบแทนจากการลงทุนในกองทุนรวมมี 2 แบบด้วยกัน คือ

  • ผลตอบแทนจาก “กำไรส่วนเกินทุน”  (Capital gain)  หมายถึง กำไรจากส่วนต่างของมูลค่าหน่วยลงทุนตอนที่ขายกับราคาตอนที่ซื้อ โดยกำไรที่ได้มาจากส่วนต่างนี้ไม่ต้องเสียภาษี (กรณีบุคคลธรรมดาและตามเงื่อนไขของกรมสรรพากร) ตัวอย่างเช่น

เราซื้อกองทุนรวมซึ่งมี “มูลค่าต่อหน่วย” ราคาขาย 10 บาท เราต้องการซื้อ 100 หน่วย ดังนั้นจะต้องใช้เงินลงทุนทั้งหมด 100 X 10 = 1,000 บาท ต่อมาเมื่อเราต้องการขาย ปรากฏว่าราคาหน่วยลงทุน ณ ขณะนั้นมีมูลค่า 20 บาท ดังนั้นเมื่อเราขายหน่วยลงทุนไปจะได้เงินทั้งหมด 100 X 20 = 2,000 บาท ส่วนต่างที่ได้ = 1,000 บาทซึ่งก็คือ Capital gain หรือกำไรส่วนเกินทุน นั่นเอง อย่างไรก็ตาม ในทางกลับกันหากขณะที่เราต้องการขาย หน่วยลงทุนมีมูลค่าต่ำกว่าเดิม เช่น มีมูลค่าเพียง  5 บาท เราก็มีโอกาสที่จะขาดทุน ซึ่งจากสถิติที่ผ่านมาพบว่าการถือหน่วยลงทุนในกองทุนระยะยาวมักจะได้กำไรในส่วนนี้ เนื่องจากบริหารจัดการด้วยนักลงทุนมืออาชีพนั่นเอง

  • ผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend)  ในบางกองทุนรวมจะมีนโยบายจ่ายเงินปันผล นั่นหมายถึง กองทุนที่เราลงทุนด้วยสามารถบริหารงานแล้วมีกำไรก็จะจ่ายเงินปันผลออกมาให้กับเรา โดยเงินปันผลนี้ลูกค้าจะต้องถูกหักภาษี 10% (กรณีบุคคลธรรมดา)

ลงทุนในหุ้นต่างกับกองทุนรวม อย่างไร

อ่านมาถึงตรงนี้ ใครหลายคนคงแอบคิดในใจว่า หากได้ผลตอบแทนที่ดีกว่าเงินฝากแล้ว เราจะลงทุนในหุ้นเลยดีไหม หุ้นมีความแตกต่างจากการลงทุนในกองทุนรวมอย่างไร  การลงทุนใน “หุ้น” นั้น เป็นการนำเงินไปลงทุนในบริษัทที่เราสนใจ เป็นการลงทุนซื้อขายกันในตลาดหลักทรัพย์ จึงเหมาะสำหรับคนที่มีเวลาศึกษาข้อมูล มีความรู้ความเชี่ยวชาญและต้องการเลือกหุ้นด้วยตนเอง เพราะผลตอบแทนที่ได้จะขึ้นอยู่กับฝีมือการเลือกหุ้นหรือที่เรียกว่าการเล่นหุ้นของแต่ละคน จึงต้องมีทั้งความรู้ความเชี่ยวชาญและมีความพร้อมในการรับความเสี่ยงจากการลงทุนในระดับที่สูงกว่าการลงทุนในกองทุนรวมด้วย  ดังนั้นสำหรับมนุษย์เงินเดือนที่ไม่มีทักษะความชำนาญในการลงทุน จึงแนะนำให้ลงทุนในกองทุนรวม เพราะใช้เวลาในการศึกษาไม่มากนัก มีโอกาสในการได้กำไรได้ผลตอบแทนที่สูงเพราะมีมืออาชีพคอยดูแลให้ ที่สำคัญใช้เงินลงทุนเริ่มต้นไม่มาก ส่วนใหญ่แล้วมีเงินออมเพียง 1,000 บาทก็สามารถลงทุนในกองทุนรวมได้ และในปัจจุบันนี้การเปิดบัญชีกองทุนรวมง่ายมาก โดยส่วนใหญ่จะมีบริษัทซึ่งเป็นบริษัทลูกของธนาคารต่างๆคอยให้บริการ จึงสามารถสมัครเข้าร่วมลงทุนในกองทุนรวมโดยผูกบัญชีออมทรัพย์กับบัญชีกองทุนรวมของธนาคารที่เราสนใจได้อย่างสะดวก หากต้องการซื้อขาย หรือติดตามความเคลื่อนไหวในการลงทุนก็สามารถใช้บริการออนไลน์ได้สะดวกยิ่งขึ้น  

กล่าวโดยสรุปแล้วการลงทุนในกองทุนรวมจะมีโอกาสได้รับผลตอบแทนที่ดีกว่าดอกเบี้ยจากเงินฝาก ในขณะที่มีความเสี่ยงน้อยกว่าการลงทุนในหุ้น เพราะกองทุนรวมบริหารจัดการโดยมืออาชีพที่มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในการลงทุน สามารถลงทุนได้ง่ายโดยใช้เงินสะสมไม่มาก เหมาะสมสำหรับมนุษย์เงินเดือนที่ต้องการออมเงินตามกำลังความสามารถ แต่อย่างไรก็ตาม ในทุกการลงทุนมีความเสี่ยง ดังนั้นมนุษย์เงินเดือนทุกท่านลองศึกษาหาข้อมูลจากธนาคารต่างๆ เพื่อประกอบการตัดสินใจในการเลือกลงทุนในกองทุนรวมที่เหมาะกับตนเอง